Mac OS X Snow Leopard

Resolution Independence ในมุมมองของผู้ใช้

จริง ๆ ฟีเจอร์นี้มันอยู่ใน Mac OS X อยู่แล้วแต่ไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้ใช้ทั่วไป สามารถเปิดลองใช้ได้ด้วยการเปิดโปรแกรม Quartz Debug แล้วทำการปรับค่า UI Resolution ที่หลบอยู่ในเมนู Window อีกชั้น

สำหรับใน Snow Leopard ตัว Resolution Independence จะทำงานแค่เฉพาะในช่วงเวลาที่โปรแกรมนี้ทำงาน แต่ใน Lion นั้นได้เปลี่ยนวิธีคิด ไม่สามารถปรับความละเอียดได้แบบใน Snow Leopard แล้ว แต่จะมีสิ่งที่เรียกว่า HiDPI ซึ่งก็คือความละเอียด 2 เท่าแบบ Retina Display ของ iOS นั่นเอง และดูเข้าท่ากว่าใน Snow Leopard อีกเนื่องจากเป็นอิสระจากโปรแกรม Quartz Debug แล้ว เมื่อทำการเปิดคุณลักษณะนี้ใน System Preferences หัวข้อ Display จะมีความละเอียดหน้าจอเพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง เป็นความละเอียดหน้าจอเดิมหารสอง แล้วมีวงเล็บตอนท้ายว่า HiDPI

สำหรับผู้ใช้ถ้าลองไปเปิดเล่น ก็จะพบกับหน้าจอความละเอียดต่ำ ที่อาจจะรู้สึกว่าตัวอักษรคมขึ้น หากหน้าจอที่ใช้ความละเอียดดังกล่าวเป็นหน้าจอที่มี PPI สูง (จอคอมพิวเตอร์ปกติมีค่า 72) ซึ่งหากเป็นจอปกติ ภาพที่ได้ก็ดูไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไร ภาพที่ได้ก็จะแตก ๆ น่าเกลียด ๆ เนื่องจากตาของเรายังไม่ถูกลวงเหมือนกับที่เกิดขึ้นบนจอ iPhone 4/iPod touch 4 แต่หากได้จอภาพความละเอียดสูงมาทดสอบ ก็จะเกิดปรากฏการณ์เช่นเดียวกับจอของ 2 อุปกรณ์ที่กล่าวมา ภาพต่าง ๆ ก็จะดูคมชัดขึ้น (หากมีการปรับแต่งภาพที่เหมาะสมกับจอความละเอียดนี้ไว้), รวมถึงแบบตัวอักษรที่จะดูคมชัดสวยงามราวกับหมึกพิมพ์บนกระดาษ

เน้นว่า ถ้าไม่มีจอที่มีค่า PPI สูง การทำ HiDPI จะไม่สามารถลวงตาเราได้ ผลที่ออกมาจะดูเหมือนการลดความละเอียดหน้าจอเท่านั้น จะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความคมชัดของภาพและตัวอักษรที่มีมากขึ้น

ปรับแต่งแผ่น Mac OS X Snow Leopard แผ่นเทาให้ใช้ได้กับ Mac ใด ๆ ที่สนับสนุน

UPDATE: ได้เห็นผลข้างเคียงที่ค่อนข้างอันตราย หาก OS Update มีการตรวจสอบรุ่นเครื่องอย่างละเอียด (เช่นกรณี 10.6.7 ที่ออกมาสำหรับเครื่องรุ่นก่อน MBP Early 2011 และรุ่นเฉพาะสำหรับ MBP Early 2011) ซึ่งหากติดตั้งด้วยวิธีที่เสนอนี้ จะพบปัญหาคือไม่สามารถใช้อัพเดตตัวใดได้เลย และหากฝืนติดตั้ง OS Update ตัวใดตัวหนึ่งก็จะไม่สามารถติดตั้งได้ และอาจจะทำให้เครื่องไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้น โปรดใช้วิธีนี้ด้วยความระมัดระวัง

ข้อเขียนนี้ขอจำกัดอยู่แค่ Mac OS X Leopard และ Snow Leopard เท่านั้น เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบการติดตั้ง OS X ในแต่ละรุ่นของระบบปฏิบัติการมีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ ทำให้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าวิธีนี้จะนำไปใช้กับ Lion ได้หรือไม่ (ถ้า Lion ยังใช้วิธีตรวจสอบวิธีเดียวกับที่พบเห็นในแผ่น Beta ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้)

การตรวจสอบการติดตั้ง OS X นั้น มีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ระดับการบูทเข้าแผ่นติดตั้ง จนขั้นสุดท้ายคือ การป้องกันการติดตั้งในเครื่องรุ่นที่ไม่สนับสนุนให้ติดตั้ง หรือที่เข้าใจกันง่าย ๆ คือล็อคแผ่นติดตั้งให้ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องบางรุ่น ซึ่งจะพบเห็นได้จากแผ่นติดตั้งสีเทาที่แถมมากับเครื่อง

ไฟล์ที่เป็นเป้าหมายของเราคือไฟล์ชื่อ Distribution ซึ่งอยู่ในภาย OSInstall.mpkg ซึ่งเป็นสคริป์ตรวจสอบการติดตั้งที่เขียนด้วยภาษาคล้าย ๆ Javascript (ผมเข้าใจว่ามันเป็น ECMAScript นะ) บนแผ่นล็อคจะมีข้อแตกต่างจากแผ่นไม่ล็อค (แผ่นที่วางขายในร้านตัวแทนจำหน่าย) คือมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติม 2 ฟังก์ชั่น คือ hwbeModelCheck() และ hwbeInstallCheck() และตัวแปร hwbeSupportedMachines ซึ่งทำงานประสานงานกัน โดยตรรกะตรวจสอบการติดตั้ง (installCheckScript) จะทำการเรียกใช้งาน hwbeInstallCheck ซึ่งจะทำการเรียกใช้งาน hwbeModelCheck เพื่อทำการตรวจสอบรุ่นเครื่องว่าปรากฏอยู่ในตัวแปร hwbeSupportedMachines หรือไม่

บนแผ่นไม่ล็อคจะไม่มี 3 สิ่งที่ได้กล่าวถึงในย่อหน้าที่แล้ว แต่ตรรกะตรวจสอบการติดตั้งได้ถูกออกแบบมาให้ฉลาดพอที่จะทราบว่ามี 3 สิ่งนั้นไหม หากไม่มีก็จะทำการเพิกเฉยไป ทำให้ไม่เกิด Error ในกระบวนการตรวจสอบข้างต้น

ถ้าหากเรานำไฟล์ OSInstall.mpkg จากแผ่นไม่ล็อคไปแทนที่แผ่นล็อคจะได้เลยหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ เนื่องจากว่าในแผ่นติดตั้งต่างรุ่นกัน จะมีไฟล์ติดตั้งที่แตกต่างกันไป โดยเครื่องรุ่นใหม่จะมีไฟล์ที่มากกว่า (เป็นจำพวกไดรเวอร์รุ่นใหม่) ดังนั้นการแก้ไขไฟล์ OSInstall.pkg ในแผ่นล็อคน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

วิธีแก้ไข คือใช้คำสั่ง xar ขยายไฟล์ OSInstall.mpkg ออกมา แล้วใช้โปรแกรมแก้ไขไฟล์เอกสาร ลบ 3 สิ่งที่ได้กล่าวไปออก แล้วทำการ Pack กลับเข้าไปใน OSInstall.mpkg

ถามว่าแล้วจะแก้ไขให้วุ่นวายไปทำไม เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ แผ่นรุ่นใหม่มีความสะดวกในการติดตั้งกว่าแผ่นรุ่นเก่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาทำ Software Update ภายหลังจากการติดตั้ง เนื่องจากแผ่นไม่ล็อคมักจะมีการปรับปรุงช้ากว่าแผ่นแบบล็อค อย่างปัจจุบัน Mac OS X รุ่นล่าสุดเป็น 10.6.6 ซึ่งแถมมากับ MacBook Pro Early 2011 แต่แผ่นแบบไม่ล็อคยังคงเป็นรุ่น 10.6.3 เช่นเดิม ซึ่งกว่า Apple จะปรับรุ่นคงอีกซักพักใหญ่เลย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแตกไฟล์, รวมไฟล์ สามารถอ่านได้จาก 10.5: Bypass the installer's system requirements check

10J3210 Installation on MBPL2008

ตั้งค่า Mail ให้กับ Gmail ให้เหมาะสมกับ Mail.app บน Mac OS X

เปิดอ่าน macstories.net แล้วไปเจอบทความหนึ่งพอมาลองใช้งานดูจริงพบว่าใช้ได้เลย มีความรู้สึกดีราวกับใช้ Google Sync บน iPhone เลยทีเดียว

อ่านวิธีติดตั้งได้ที่นี่

พิมพ์ตัวเปลี่ยนเสียงสระไวไว

ใช้แมคในเยอรมัน บางทีเราก็อยากจะรีบๆ พิมพ์ภาษาเยอรมันไวไวเหมือนกัน แต่การจะต้องไล่สลับ Keyboard layout ไปมาเป็นภาษาเยอรมันดูช่างเป็นเรื่องที่น่าวุ่นวายเสียจริงๆ (บางทีผมก็ตั้งใจพิมพ์ผิดไปเลยนะเพราะขี้เกียจสลับ) มาเจอคำแนะนำหนึ่งจาก Macosxhints ก็พบว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียวแถมไม่ต้องดัดแปลงระบบอะไรให้วุ่นวายด้วย

วิธีคือ แค่เราตั้ง Keyboard layout เป็น US International PC แทนที่ US แบบเดิม แล้วก็จำไว้แค่ว่า

  • ตัว ' จะกลายเป็นขีดเอียงขวา (Acute)
  • ตัว ` จะกลายเป็นขีดเอียงซ้าย (Grave Accent)
  • ตัว " จะกลายเป็น Umlaut
  • ตัว ~ จะกลายเป็นตัวหนอนบนตัวอักษร (Tilde)
  • ตัว ^ จะกลายเป็นตัวหมวกบนตัวอักษร (Hachek)

กดตัวอักษรข้างบนแล้วตามด้วยตัวสระอักษรลาติน (a, e, i, o, u) ก็จะได้ตัวเปลี่ยนเสียงอย่างที่เราต้องการทันที แต่ก็เหมือนยังขาดบางตัวเหมือนกัน

สำหรับ HTML ก็มีตัวอักษรพิเศษเหมือนกัน ตัว Diacritics พวกนี้ดูอ้างอิงได้จากที่นี่ สำหรับตัวอักษรแต่ละตัวดูที่นี่ มีข้อสังเกตคือสามารถใช้ &_… โดย _ คือตัวอักษร (ใหญ่หรือเล็กก็ได้) และ เป็นตัว Diacritics ที่จะใช้

Syndicate content