Mac OS X

Retina Display กับเครื่องแมค

จริง ๆ แล้วคำว่า Retina Display น่าจะเป็นคำเรียกใหม่ของ Resolution Independence ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่ถูกพูดถึงใน Mac OS X ตั้งแต่ยุค 10.4 พอมายุค 10.5 ก็มีการพูดถึงอีกแต่ปรากฏว่าหายไปจากหน้าเว็บที่มีการกล่าวถึงในภายหลังก่อนที่จะมีการวางจำหน่าย 10.5 แล้วมันก็มาโผล่สู่หน้าจอผู้ใช้ใน iPhone 4, และ iPod touch รุ่น 4 ในเวลาต่อมา

เทคนิคก็คือ การขยายหน้าจอขนาดเดิมเป็น 2 เท่าของขนาดเดิม (ไม่ได้ทำการ Double Pixel นะ แต่เรนเดอร์การแสดงผลเป็น 2 เท่าแทน) แต่แสดงผลบนจอภาพที่มีความละเอียดมากขึ้นกว่าปกติ 2 เท่าในขนาดเท่าเดิม จึงทำให้ภาพที่ได้ออกมาคมชัดสวยงามกว่าหน้าจอขนาดปกติ

ถามว่าถ้านำมันมาใช้ใน Mac OS X เลยจะได้ไหมก็คงจะได้ แต่การหาจอที่จะทำให้ได้ภาพที่สวยขนาดนั้นน่าจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่หากจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้แค่แสดงผลบางส่วนบนจอภาพให้กลายเป็น Retina แล้วจะเป็นอย่างไรล่ะ? ลองนึกภาพการขยายหน้าจอสำหรับคนพิการที่ใช้การทำ Retina แทนที่จะทำ Double Pixel แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ข้อความที่ดูใหญ่ขึ้นแต่ยังคมกริบเช่นเดิมเปรียบเทียบกับความเบลอที่มากขึ้นด้วยการแสดงผลแบบจุด Pixel แบบเดิม

นี่คงเป็นความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้กับหน้าจอขนาดใหญ่ของคอมพิวเตอร์ แต่เป็นความยิ่งใหญ่ของระบบปฏิบัติการที่จะเปลี่ยนวิธีคิดการแสดงผลบนหน้าจอ และคงต้องใช้การ์ดแสดงผลที่มีพลังพอสมควรที่จะทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปด้วยความราบลื่น

Helvetica กำลังจะกลับมา

ใน iTunes 10 ตอนนี้เราก็สามารถปรับฟอนต์ส่วนของ WebKit ได้แล้วว่าอยากให้แสดงผลด้วยฟอนต์อะไร ใน iOS ก็ใช้ตระกูล Helvetica แสดงผลข้อมูลเป็นแบบอักษรหลัก

แล้วถ้ามันย้อนกลับมาสู่ Mac OS X ล่ะ?

ทำให้ MacBook ไม่ Air ใช้ Remote Disc ได้

พอดีไปคุ้ยเจอหลังจากค้นหาว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ MacBook Air SuperDrive ใช้กับแมคได้แค่บางรุ่นเท่านั้น (แล้วก็จริงคือมันกั้กที่ Driver หนทางที่จะแก้ได้คือต้องหลอกไม่ให้มันใช้ Driver ของมันเอง ไม่ก็ปลอมตัวเป็นเครื่องรุ่นนั้นเสียเลย ฮา) ลองอ่านบทความนี้เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางสำหรับ Binary coder ทั้งหลายที่จะไปแก้ไฟล์ดังกล่าว

เลยลองค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดว่า enable remote disc macbook pro ก็พบหลายเว็บซึ่งขั้นตอนหลักๆ ที่จะทำให้มันใช้ความสามารถนี้มีเพียงแค่สั่งสองคำสั่งต่อไปนี้

defaults write com.apple.NetworkBrowser EnableODiskBrowsing -bool true  
defaults write com.apple.NetworkBrowser ODSSupported -bool true

แล้วทำการ Restart ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้ว

ดูด URL ลับของ iTunes โดยง่าย

โจทย์มีอยู่ว่า เรามักจะเข้าไปตรวจสอบความเป็นไปของ iTunes ว่ามีอะไรที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง (เช่น iPod Software Update, iPhone Software Update) โดยที่เรารู้ URL ลับอันนั้น แต่เราไม่ต้องการที่จะเปิดดูผ่านทาง Browser เพราะการแสดงผลมันไม่เป็นระเบียบสวยงาม

คำตอบ ด้วยคำสั่งทาง Terminal ของ Mac OS X พื้นฐานคือคำสั่ง curl และ open ก็ทำให้เราสามารถสร้าง Flow เล็กๆ สำหรับดูข้อมูลนี้ โดยการพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้

curl -L -s URL_อันนั้น | open -f -a /Developer/Applications/Utilities/Property\ List\ Editor.app

หรือ

curl -L -s URL_อันนั้น | open -f -a Property\ List\ Editor

สำหรับ Argument อันหลังของคำสั่ง open ใช้สำหรับบอกให้เปิดไฟล์ที่โหลดมาด้วยโปรแกรม Property List Editor ที่มาพร้อมกับ Xcode นั่นเอง (จริงๆ น่าจะบังคับให้มันรู้ว่าโหลด plist มาได้นะ จะได้ไม่ต้องมา -a ในทีหลัง)

Syndicate content