You don't need to follow me elsewhere!
เห็นคนในจินตนาการบางคนชอบกฎหมายเยอรมัน แต่ที่นี่เว็บไหนที่ไม่สมควรจะเข้าได้ เขาแปะหน้าขาวไปเลย ไอ้เราก็ไม่รู้หรอกว่าเว็บมันบังเอิญมีปัญหารึเปล่า พอวิ่งผ่าน proxy ถึงเพิ่งจะรู้นี่แหละว่ามันก็ยังเข้าได้ไม่มีปัญหา
ไม่รู้ว่าการกระทำอย่างนี้มันต่างจากดวงตาโซรอนแห่งประเทศสารขัณฑ์อย่างไร ไม่รู้ว่าว่าคนในจินตนาการบางคนจะเคยสำเหนียกข้อเท็จจริงแบบนี้บ้างไหม? รับข้อเท็จจริงนี้ได้บ้างไหม?
ปล. BitTorrent สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายประเทศนี้นะ แต่ก็ยังเห็นวัยรุ่นเขาหาทางโหลดกันได้ไม่แคร์สื่อ!
นั่งฟังคำตัดสินคดีประวัติศาสตร์ของไทยอีกคดีหนึ่ง
ฟังตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งที่นี่ จบบ่ายสามกว่าๆ กี่ชั่วโมงเนี่ย ยาวใช้ได้ (ไม่ได้ฟังตลอดนะ เพราะมีต้องเดินทาง, ทานข้าวด้วย)
ฟังจบก็ไปสำรวจความเห็น บางคนก็ยังดราม่าได้เหมือนเดิม บางคนในอุดมคติก็ยังอยู่ในอุดมคติได้เหมือนเดิม (ฮา)
กลับไปทำอะไรที่เราควรทำกันเถอะ นั่งเล่นนอนเล่นเยอะไปแล้ว!
ได้เขียนบทความส่งไปที่ Siampod เรื่องเกี่ยวกับ ipcc แต่ไม่ได้กล่าวถึงวิธีทำ Carrier logo เลยเอามาต่อที่นี่แล้วกันเพื่อไม่ให้ยืดยาวเกินไป
ด้วยระบบการแสดงผลบน iPhone ทาง Apple แบ่ง Carrier logo ออกเป็นสองชนิดคือ ชนิดสำหรับหน้าจอพื้นใส (เช่นใน Springboard มีชื่อไฟล์ Default_CARRIER_ชื่อเครือข่าย.png) และชนิดสำหรับหน้าจอพื้นทึบ (เช่นใน Settings มีชื่อไฟล์ FSO_CARRIER_ชื่อเครือข่าย.png) ซึ่งมีขนาดความสูง 20px และไม่ควรมีความกว้างเกิน 80px หากเกินกว่านั้นเข้าใจว่าระบบจะสามารถเลื่อนเป็น marquee ให้ได้เพียงหนึ่งครั้งก่อนที่จะค้างอยู่ที่ความกว้าง 80px
ถ้านิยมโลโก้รูปภาพ เราก็เพียงแค่เอาโลโก้ของค่ายต่างๆ มาจัดให้อยู่บนพื้นที่ขนาดนี้ แต่สำหรับคนที่อยากจะทำโลโก้ที่มีเป็นข้อความเหมือนกับ Apple จะทำอย่างไรดี?
ก่อนอื่นก็ทดลองก่อนว่าใช้ฟอนต์อะไรดีขนาดเท่าไรดีสีอะไรดี เราก็ได้ข้อสรุปมาว่า ใช้ Helvetica ความหนาเป็น Bold ขนาด 12pt สีขาวและดำ (ขึ้นกับประเภทการแสดงผล) ขั้นต่อไปคือเอาชื่อของ Carrier ไปวางบนไฟล์ภาพ เอ๊ะใช้โปรแกรมอะไรดีนะ??? เอา Photoshop แล้วกัน แต่เอ๊ะเราจะใช้โปรแกรมราคาหลายหมื่นเพื่อแก้รูปขนาดแค่นี้จริงหรือ? แล้วเราจะเล็งตำแหน่งการวางชื่อ Carrier ได้ทุกครั้งจริงเหรอ? แล้วถ้าเราต้องทำไฟล์รูปสำหรับหลายร้อย Carrier แบบ Apple ทาง Apple จะให้นักออกแบบมาเปิด Photoshop แก้ขนาดนี้เชียวหรือ???
ใช่ครับ Apple ก็คงไม่ได้ทำอย่างนั้นแน่ๆ ทุกครั้งที่มีการสร้าง ipcc ไฟล์พวกนี้ก็จะถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆ กันก่อนจะถูกจับรวมเป็นไฟล์ ipcc ให้เราใช้งานได้ง่ายๆ ผมไม่ทราบว่า Apple จะใช้ Tool ตัวไหนในการสร้างไฟล์รูปเหล่านี้ แต่ตัวที่ใช้งานง่ายๆ และพอจะเป็นไปได้ที่ Apple จะเลือกใช้ น่าจะเป็น ImageMagick ซึ่งเป็น Opensource และมีการผลิตขึ้นมาให้ใช้งานได้หลากหลาย Platform (ซึ่งรวมถึง Mac OS X)
จริงๆ ความสามารถหลักของโปรแกรมนี้คือการแต่งภาพครับ ใส่พวก effect ต่างๆ กับรูปภาพของเรา แปลงไฟล์ภาพได้ รวมถึงสามารถสร้างรูปภาพที่เป็นข้อความได้ ที่สำคัญคือใช้งานง่ายเพียงสั่งผ่าน Command line เท่านั้น ซึ่งจากคุณสมบัตินี้ก็ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าท่าที่ทาง Apple จะเลือกใช้โปรแกรมนี้
ตัวที่ผมใช้งาน ผมใช้ตัวที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับ TeXLive 2009 แหล่งอื่นๆ นอกจากนี้เช่น Fink หรือ Macports หรือจากตัวเว็บของโครงการนี้เอง แต่ปัญหาที่พบคือ ผมพบ Warning ที่ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขมันอย่างไร ซึ่งค่อนข้างทำให้รำคาญพอสมควรว่าตกลงเราจะได้ไฟล์ออกมาไหมเนี่ย รวมถึงผมไม่สามารถใช้ฟอนต์ Helvetica น้ำหนัก Bold ได้ทันทีจากฟอนต์ของระบบเนื่องจากยังไม่มีการ Mapping ให้ ทำให้ต้องสกัดเอาฟอนต์ตัวนี้ออกมาจาก iPhone OS อีกที
สำหรับรูปแบบการใช้งานคำสั่งผมจะไม่อธิบาย (ให้ลองอ่านจาก Tutorial ในเว็บได้เลย) แต่มาดูคำสั่งที่ผมใช้เลยแล้วกัน
convert -background transparent -fill black -font HelveticaBold.ttf -pointsize 12 -size x20 \
label:'ชื่อเครือข่ายสามารถเว้นวรรคได้' Default_CARRIER_ชื่อเครือข่ายแบบไม่มีเครื่องหมายเว้นวรรค.png
convert -background transparent -fill white -font HelveticaBold.ttf -pointsize 12 -size x20 \
label:'ชื่อเครือข่ายสามารถเว้นวรรคได้' FSO_CARRIER_ชื่อเครือข่ายแบบไม่มีเครื่องหมายเว้นวรรค.png
เพียงเท่านี้เราก็จะได้ Carrier logo ของค่ายโทรศัพท์มือถือที่เราต้องการแล้ว ในรูปแบบเดียวกันกับที่ Apple ใช้
เมื่อวาน Apple ปล่อย iPhone OS 3.1.3 ออกมา ในฐานะไม่ได้ใช้เครื่อง Jailbreak และเป็นเครื่องปลดก็เลยอัพซะเลย ก็ดูไม่มีอะไรผิดปกตินะ
แต่มาทราบภายหลังว่า มันยอมให้กรอกค่า APN ของ Tethering เองแล้ว (เย้!) แต่พอมาลองดูในเครื่องของตัวเอง มันกลับไม่มีช่องให้กรอกค่าพวกนั้นเลย เอาหล่ะงานเข้าแล้ว สงสัยเพราะ IPCC ที่ทำใช้เองแน่เลย เอ้าแล้วทำอย่างไรดีล่ะ ถ้า Restore แล้วมันจะล้างค่า IPCC พวกนี้ทิ้งไปไหมนะ???
ก็เลยลอง Restore ก็พบว่าเครื่องกลับมาใช้ Unknown Carrier ดั่งเดิม แม้จะ Restore from Backup ข้อมูลกลับมาก็ตาม (ถือว่าโชคดีนะที่มันไม่ได้ถูก Backup ไปด้วย)
ตอนนี้ก็เหลือปัญหาว่า Custom IPCC ที่ไม่มี signature check เนี่ย จะสามารถทำ Internet Tethering ได้ไหม เพราะถ้ามองตามตรรกะแล้ว ที่มีตัวนี้ก็เพราะไม่อยากจะให้ไปแก้ค่า Setting ของ Carrier ที่ตั้งมา ถ้าเกิดการปลอมแปลงมันก็แค่ใช้การไม่ได้ คนที่ไม่ได้ใช้ Carrier ที่เป็นพันธมิตรก็ใช้ช่องทางปกติคือกรอกค่าทุกอย่างเองหมด
หลังจากลองแล้วพบว่าโกง Custom IPCC ให้มี Internet Tethering ไม่ได้แฮะ
UPDATE: มีคนโกง มีคนโกงด้วยการเอาคัดลอกแถบ MandatoryVerify จาก Unknown.bundle มาใส่แล้วก็ใช้ได้เลยแฮะ เดี๋ยวมีเวลาค่อยลองทำแล้วกันนะ