iPod touch

แทนกันไม่ได้

ได้ iPad 3G มาเล่น (จริงๆ ก็คงจะให้พ่อแม่เอาไปใช้แหละ อย่างน้อยจะได้มีอะไรทำกัน เล่นเนตไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอกนะ) แต่จากที่ลองใช้ก็พอจะสรุปประโยคที่ใช้อธิบาย iPad ว่าเป็น iPod touch จอใหญ่ดังนี้

มันแทนกันไม่ได้หรอก

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะขนาดต่างกันทำให้ประโยคใช้สอยต่างกัน ตัวอย่างเช่น

  • ลองคิดง่ายๆ แค่ Safari นี่แหละ บน iPod touch ด้วยพื้นที่การแสดงผล 480×320 (จริงๆ ต้องตัดขอบออกนะ แต่ไม่เป็นไรไม่อยากคิดเลข) ทำให้การเปิดหน้าเว็บที่มีคลิป YouTube ประกอบ เมื่อกดบนคลิปเพื่อชมจะเป็นการเปิดหน้าต่างซ้อนขึ้นมาทับหน้าเว็บเดิม ทำให้ต้องนั่งดูคลิปอย่างเดียวไม่สามารถทำอย่างอื่นไปด้วยได้ แต่กลับกันในกรณี iPad ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะชมคลิปดังกล่าวแบบเต็มหน้าจอ หรือเท่ากับขนาดที่แสดงอยู่ในหน้าเว็บนั้นได้ ทำให้เพิ่มประโยชน์ใช้สอยเข้าไป
  • อีกตัวอย่างคือ มุมมองการแสดงผลแบบใหม่ซึ่งไม่สามารถยัดลงไปบนหน้าจอของ iPod touch/iPhone ได้ เช่นการแสดงรายการและรายละเอียดเมล์พร้อมกันในมุมมองแบบแนวนอน

เพราะขนาดต่างกัน ทำให้พฤติกรรมการใช้งานต่างไปด้วย ตัวอย่างเช่น

  • iPod touch เหมาะสำหรับพกพาใส่กระเป๋ากางเกงกระเป๋าเสื้อ แต่คุณไม่สามารถพกพา iPad ไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อขนาดปกติได้ ทำให้ iPod touch เหมาะจะนำมาจิ้มเล่นเป็นครั้งคราว เปิดปิดอย่างรวดเร็ว ใช้ฟังเพลง มากกว่า iPad ซึ่งเหมาะที่จะนำมาวางบนหน้าตักหรือบนโต๊ะเพื่อใช้งาน เหมาะที่จะเปิดทิ้งไว้นานๆ
  • ตัว iPod touch เหมาะที่จะใช้งานมือเดียวมากกว่า iPad ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากทำให้เหมาะที่จะประคองใช้งานด้วยสองมือ

ดังนั้นถ้าหากคิดจะเล่นผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ก็คงต้องพิจารณากันให้ดี ดูว่าพฤติกรรมของคุณเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน จากภาพปัจจุบันทำให้เห็นว่า Apple ก็พยายามสร้างข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวไม่ให้มันทับซ้อนกันจนฆ่ากันเอง ซึ่งก็น่าจะถือว่าทำได้สำเร็จแล้ว

Recovery Jailbroken iDevice from Scratch

เมื่อวานได้นำเครื่อง iPhone ของพี่ที่รู้จักที่นี่มากู้ข้อมูลเพื่อเตรียมอัพเกรด เลยขอรวบรวมความรู้ที่กระจัดกระจายเสียหน่อยว่าทำอะไรไปบ้าง (คำบรรยายต่อไปนี้ไม่เหมาะแก่ผู้ไม่มีประสบการณ์)

ค่าเริ่มต้น

เครื่อง iPhone เครื่องนี้เป็นเครื่องจากจากสหรัฐอเมริกาสัปดาห์ที่ 51 ของปี 2007 ถูกติดตั้ง Firmware 2.0 มา ปัญหาคือเขาบอกว่าเขาต้องกรอกรหัสบางอย่างทุกครั้งที่ต่อเข้ากับ iTunes ทำให้ไม่สามารถ Sync ข้อมูลบนเครื่องได้

วิธีดำเนินการ

  1. ทำการติดตั้ง OpenSSH ลงใน iPhone เครื่องนี้ เพื่อให้สามารถเข้าไปดึงข้อมูลที่จำเป็นได้โดยง่าย
  2. ผมทำการทำสำเนา /private/var/mobile/Library และ /private/var/mobile/Media ออกมา ซึ่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับ Symbolic link ภายใน /private/var/mobile/Library รวมถึงจะมีไฟล์บางอย่างที่ไม่สามารถดึงออกมาได้เพราะถูกใช้งานอยู่โดยระบบ (อ่านข้อควรระวังให้ละเอียดก่อนจะดำเนินการ Restore นะ)
  3. ทำการสร้าง Custom Firmware ด้วย PwnageTool 3.1.4 โดยใช้ Firmware 3.1.2 และกำหนดให้ทำการ Activate/Unlock ไปในคราวเดียวกัน
  4. เนื่องจากเครื่องนี้ผ่านการ Pwned มาแล้ว จึงทำแค่ Restore ด้วย Custom Firmware ตัวนี้ (ควรจะตั้งให้ iTunes เข้าเป็นหมด StoreGeniusMode เพื่อไม่ให้ข้อมูลเช่น iTunes Account ของเครื่องที่ใช้ทำงาน ไหลลงไปในเครื่องดังกล่าว)
  5. เมื่อทำการ Restore เสร็จ รอให้การ Unlock ด้วย BootNeuter เรียบร้อย แล้วจึงทำการติดตั้ง OpenSSH เข้าไปอีกครั้ง (อาจจะติดตั้ง SBSetting ไปด้วย)
  6. ทยอยนำของที่ได้ทำสำเนา ย้อนกลับไปในเครื่องทีละรายการ
  7. (แถม) ลง “Native MMS iPhone 2G” สำหรับ Firmware 3.1.2 จาก apt source ชื่อ http://cydia.ifoneguide.nl
  8. ปิดหรือถอนการติดตั้ง OpenSSH

ข้อควรระวัง

สำหรับรูปภาพจากกล้อง จะพบปัญหาว่าเมื่อโยนรูปกลับเข้าไปใน Media/DCIM จะไม่ได้ Thumbnail ในหน้า Camera Roll และรูปตัวอย่างด้านในเป็นสีดำทั้งหมด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการ Thumbnail รูปในเฟิร์มแวร์ 2 กับ 3 วิธีแก้คือ ให้ทำการสร้างโฟลเดอร์ .MISC ภายใต้โฟล์เดอร์ย่อย 1xxAPPLE แล้วทำการย้ายไฟล์ที่ไม่ใช่ไฟล์รูปไปไว้ด้านในนั้น แล้วรูปภาพด้านใน Camera Roll จะแสดงผลอีกครั้ง สำหรับ Thumbnail ที่หน้าแรกของ Camera Roll ให้ทำการดึงสำเนาของ Media/DCIM/.MISC มาด้วย (ห้ามลืมตอนทำสำเนาข้อมูล) ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องถ่ายภาพเล่นๆ ซักภาพแล้วลบทิ้ง เพื่อให้มีการสร้างตัว Thumbnail ที่ถูกต้อง ซึ่งผลกระทบจากการลืมทำสำเนาโฟลเดอร์ดังกล่าวคือ รูปภาพที่ถ่ายเพิ่มไปอาจจะทับกับรูปเดิมได้

นอกจากนี้ให้ตรวจสอบสิทธิ์ของไฟล์ที่นำไปวางกลับสู่ใน iPhone ซึ่งควรจะมีสิทธิ์ของผู้ใช้เป็น mobile:mobile และสิทธิ์การเข้าถึงเป็น 600 ตามสิ่งที่ควรจะเป็นในระบบที่ไม่ถูกแทรกแซง สำหรับ Preferences ของ com.apple.springboard.plist (เช่น นาฬิกาปลุก) จำเป็นต้อง Restart เครื่องเพื่อให้ระบบนำ Setting ที่ตั้งไว้ไปใช้ รวมไปถึง Preferences อื่นๆ เช่น com.apple.Preferences.plist อาจจะต้อง Restart ด้วยเช่นกัน

การเปิด StoreGeniusMode ให้ปิด iTunes แล้วจึงพิมพ์คำสั่งดังนี้ (บน Mac OS X) ลงใน Terminal

defaults write com.apple.iTunes StoreGeniusMode -bool yes

เมื่อเลิกใช้งานให้ปิด iTunes แล้วจึงพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้เพื่อยกเลิก

defaults delete com.apple.iTunes StoreGeniusMode

สำหรับ Windows ให้พิมพ์คำสั่งนี้เพื่อเปิดใช้งาน iTunes

"%ProgramFiles%\iTunes\iTunes.exe" /StoreGeniusMode 1

หรือ

"%ProgramFiles(x86)\iTunes\iTunes.exe" /StoreGeniusMode 1

ข้อควรระวังสำหรับ StoreGeniusMode คือ มันจะล้าง Backup เดิมของ User account นั้นออกด้วย ดังนั้นถ้าจะใช้งานกรุณาสร้าง Account ใหม่ขึ้นมาจัดการน่าจะดีกว่า

สำหรับหลังจากนี้อยากจะทำอะไรเพิ่มเติมก็ตามสะดวกครับ

ทำไมถึงต้องมีทั้ง iPhone และ iPod touch

บทความนี้เขียนเล่นๆ คาดเดาเอาเองทั้งนั้นและไม่ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

ถ้าจำกันได้เดือนมกราคมปี 2007 ที่นครซานฟรานซิสโก Steve Jobs ได้กล่าวไว้ในงาน Macworld ปีนั้นว่า “30 ปีที่แล้วมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น” แล้วเราก็ได้เห็นการเปิดตัว iPhone โปรเจคที่ Apple เก็บงำไว้นานตั้งแต่ช่วงกลางปี 2004 (เคยเห็นบทความหนึ่งที่รวบรวมข่าวลือสรุปไว้ประมาณนี้ และรวมจากคำพูดของ Apple ในวันนั้น)

แล้วในช่วงเดือนกันยายนปีเดียวกัน Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ iPod touch ซึ่งคำติดปากพวกเราในช่วงนั้นคือ “iPhone ที่ใช้โทรศัพท์ไม่ได้”

Another Apple Custom Firmware for iPod touch

เป็นที่ทราบกันดีว่า มันไม่ได้มี Firmware แค่ตัวเดียวสำหรับ iPod touch/iPhone ตัวอย่างที่พิสูจน์ความจริงข้อนี้คือ มี Firmware สำหรับทำ Diagnostic ที่มีโปรแกรม Burnin ซึ่ง Firmware ตัวนี้แจกจ่ายให้กับศูนย์ให้บริการเท่านั้น (และก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ภายในเครื่อง)

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมก็เพิ่งได้พบ Firmware พิเศษอีกตัว คือ Firmware สำหรับ Demo ตัว iPod touch/iPhone ในร้านค้า โดยสิ่งที่ทำให้มันพิเศษกว่า Firmware ปกติคือ มี Demo loop ให้ใช้งาน (ก่อนหน้านี้มีข่าวการค้นพบ DemoApp ในตัว iPod touch/iPhone ที่เมื่อนำไฟล์วีดีโอที่เข้ารหัสด้วยมาตรฐาน H.264 และตั้งชื่อไฟล์ว่า Demo.mov และวางไว้ที่ /var/mobile ตัวไฟล์นี้ก็จะทำงานเมื่อปล่อย iPod touch/iPhone ให้ Lock ไปเอง)

ตัว Firmware ชุดนี้มาเป็น Package สำหรับติดตั้งขนาดกว่า 4GB (ใช่ครับ 4 Gigabytes) ผมยังไม่มีโอกาสได้ทดลองว่าเป็นอย่างไร แต่จากการอ่านข้อแนะนำ ทาง Apple แจ้งว่าต้องสร้าง Account พิเศษเพื่อจัดการกับชุดติดตั้งชุดนี้โดยเฉพาะ (เพราะมันจะล้าง iTunes Library ของ User ที่ติดตั้งทิ้ง) วิธีใช้ก็แค่ Restore ด้วยวิธีที่เราทราบๆ กันครับเพื่อเลือกใช้ Custom firmware แล้วทำการ Restore from Backup ด้วยชื่อที่กำหนดไว้ในเอกสารแนะนำ (ไม่ขอเปิดเผยนะ)

เดี๋ยวเร็วๆ นี้เราคงจะได้เห็น iStudio หลายๆ ที่นำตัว Demo นี้ไปติดตั้งใน iPod touch เครื่องในร้านเพื่อให้เราลองเล่นกันครับ

Syndicate content